ศูนย์คชศึกษา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์    ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ศูนย์คชศึกษา
โครงการนำช้างคืนถิ่นเพื่อสุรินทร์ถิ่นบ้านเกิด
กิจกรรมการท่องเที่ยวภายในศูนย์คชศึกษา
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับช้าง
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จศูนย์คชศึกษา
การจับช้างของขาวกวย
การจับช้างในราชสำนัก
บทความทั่วไป
สถิติการเยี่ยมชม
Untitled Document
หน้าหลัก -> ธรรมชาติของช้าง
 

 
 

   
      ช้างเป็นสัตว์สังคม หากินเป็นหมู่หรือฝูง ไม่ชอบหากินตามลำพังเมื่อมีอันตรายเกิดขึ้น ก็จะช่วยเหลือกัน ช้างป่าชอบอยู่เป็นฝูง ซึ่งเรียกว่า "โขลง"โขลงหนึ่งจะมีช้างประมาณ ๑๐ - ๒๐ตัวหรือ ๓๐- ๕๐ตัว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม น้ำและอาหาร ที่อุดมสมบูรณ์
 ในยามปกติที่ช้างในโขลงกำลังพักผ่อนหรือหากินอาหารอยู่ จ่าโขลง และช้างงาจะแยกออกจากโขลง ไปหากินต่างหาก แต่ไม่ห่างจากโขลงเท่าใดนัก เพื่อคอยป้องกันอันตรายอยู่รอบนอก บ้างก็ว่า อาจเพราะว่า จ่าโขลงรู้ว่า ช้างเชือกอื่นกลัว เวลาอยู่ใกล้จึงแยกตัวอกไป บ้างก็ระวังตัว จากการพบเห็นของพราน ที่ต้องการล่าเอางามันในโขลงช้างหนึ่ง ๆ นั้นจะมีช้างพัง หรือช้างเพศเมีย ที่อายุมาก ซึ่งเรียกกันว่าแม่แปรก(ปะแหรก) เป็นตัวนำฝูง ท่องเที่ยวหากิน หลบภัย เลือกหาที่หลับนอน




โขลงช้างจะย้ายถิ่นหากินไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาลขึ้นอยู่กับว่าฤดูไหนอาหารอะไรมีชุกชุมที่ไหน เช่น กลางฤดูฝน โขลงช้างจะไปอยู่ตามป่าไผ่เพื่อกินหน่อไม้เป็นต้น เวลาช้างกินหญ้า ช้างจะเอางวงคว้าหญ้าแล้วกวาดขึ้นมาเป็นฟ่อนได้อย่างน่าดูหากมีทรายติดขึ้นมามาก ช้างจะเอาหญ้า ฟาดกับขาหน้า ที่ยกขึ้นมารองรับเพื่อให้ทรายร่วงหล่นก่อน 
ช้างดื่มน้ำวันละครั้ง หรือ ๒ - ๓ครั้ง แล้วแต่โอกาสอำนวย โดยใช้งวงดูดน้ำแล้วสอดงวงเข้าปาก พ่นน้ำเข้าปาก ช้างชอบกินดินโป่งมาก ในระยะทาง ที่มันท่องเที่ยวช้างจะแวะ หรือผ่านตามโป่งต่าง ๆ เพื่อหากินดินโป่ง ดินโป่งหรือแหล่งที่มีดินละเอียดสีขาว มักอยู่ตามริมเนินเขา หรือกลางทุ่งในดินโป่งแต่ละโป่ง จะมีสัดส่วนของเกลือต่าง ๆ กัน ดังนั้นช้างชอบกินดินโป่งวันละหลายแห่ง ดินโป่งบางแห่งเป็นหินเปื่อย ๆ ร่วน ๆ บางแห่งเป็นดินละเอียดเวลาช้างจะกินดินโป่ง จะใช้งาทิ่มแทงตามผนังดินโป่ง ให้ดินร่วงหล่นลงบางครั้งก็ใช้เท้าถีบหรือคุ้ยให้ดินร่วง จากนั้นใช้งวงกวาดเก็บใส่ปาก

   
ช้างชอบหากินกลางคืน และนอนกลางวัน จะออกหากินราว ๆ 4 โมงเย็นหากินเรื่อยไปตามในดง มุ่งหน้าไปทางทุ่งกว้าง หากินตามชายทุ่ง ในเวลาจวนพลบ หากินหญ้าตามทุ่งลูกไม้ป่าและอื่น ๆ จากทุ่งนี้ไปทุ่งโน้น เรื่อยไป บางครั้ง ก็แวะกินน้ำบ้างบางครั้งจะแวะกินดินโป่ง หากินเรื่อยไป จนสว่าง พอแดดเริ่มขึ้น ช้างจะกลับไปเข้าป่าหาที่ร่มเย็น และครึ้ม เพื่อนอนต่อไป
การนอนของช้าง เวลานอนมักจะยืนหลับ ตัวจะโยกเยกไปมา บางครั้งจะนอนตะแคงกับพื้นดิน ช้างที่มีงา งาจะวางราบลงบนพื้นเช่นกัน เวลาขยับหัวงาจะขูดลากเป็นรอยบนพื้นดิน พรานป่าพอเห็นก็สันนิษฐานได้ว่า งายาวขนาดไหนช้างเอเชียชอบอากาศเย็น จึงมักอยู่ตาม ป่าละเมาะที่มีห้วย และลำธารเพราะช้างชอบลงเล่นน้ำบ่อย ๆ ช้างวายน้ำเก่ง ถ้าอากาศร้อน และไม่มีแหล่งน้ำช้างจะเอางวงใส่เข้าปากลึก ๆ เพื่อดูดน้ำ จากกระเพาะ แล้วพ่นน้ำ ตามไลหลัง คอและหัวเพื่อให้ผิวหนังเปียก และเย็น ช้างที่ทำงานมาก จะดื่มน้ำวันละ ประมาณ ๖๐แกลลอนหรือ๑๕ปีบ
ช้างไม่วิ่ง แบบสัตว์อื่น เพราะมีน้ำหนักตัวมาก กำลังข้อ และขาไม่สามารถยกตัวของมัน ให้วิ่งลอยได้ หากพบคูกว้าง ๗ - ๘ฟุต ช้างก้อไม่สามารถกระโดดข้ามได้ จะต้องลงไปในคูแล้วไต่ขึ้นมา ช้างวิ่งได้ช้ากว่าคน วิ่งได้ประมาณ ๑๔ไมล์ / ชั่วโมง การวิ่งของช้าง ก็คือการเดินให้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

   

 
ช้างสามารถไต่เขาชัน ๆ ได้เวลาขึ้นที่ชัน ช้างจะย่อเข่า หรือคุกเข่าหน้าขึ้นไปเวลาลงก็จะย่อเข่าหลังลง หากมีต้นไม้ใหญ่ หรือก้อนหินใหญ่อยู่ใกล้ ช้างจะใช้งวงช่วยดึงด้วย ช้างเวลาจะข้ามสะพาน หรือที่ดินซุยบางแห่ง ที่มันกลัวว่าจะเป็นหลุมช้างจะใช้ เท้าหน้าเขี่ย หรือลงเหยียบดูว่าสะพานจะไม่หัก หรือไม่มีหลุมจึงจะเดินต่อไป ช้างเวลาคุกเข่าจะย่อขาหลังลง ทีละขาก่อน แล้วจึงย่อวางขาหน้าให้เหยียดยาว ไปข้างหน้า เวลาจะลุกขึ้น จะยันขาหน้าขึ้นก่อนแล้วขาหลังจึงลุกตามช้างสามารถว่ายน้ำได้เก่งทุกตัว โดยไม่ต้องหัด ว่ายได้ความเร็วประมาณ ๑ไมล์ / ชั่วโมง สามารถว่ายได้ทน โดยเท้าไม่แตะพื้นประมาณ ๖ชั่วโมง หรือกว่านั้นหากแม่ช้างที่มีลูกช้างน้อยด้วย แม่จะให้ลูกเกาะ หรือพยุงตัว ไปตามข้างไหล่ ของแม่หรือเอางวงคอยหนุน พยุงลูก ไม่ให้จมน้ำ ช้างสามารถดำน้ำได้นาน และจะชูงวงขึ้นพ้นน้ำมาหายใจทีหนึ่ง
เสียงร้องของช้าง มีหลายเสียงด้วยกัน ตามความรู้สึก ได้แก่เวลาดีใจ หรือชอบจะทำเสียง "แอ๊ๆๆ" เบา ๆ ซ้ำ ๆ หลายครั้งติด ๆ กัน หากได้กลิ่นเสือ หรือศัตรูหรืออะไรที่มันไม่ชอบ ช้างจะเอาปลายงวง กดลงบนพื้น แล้วพ่นลมออกมาดังแฟ๊ดอีกเสียงที่นักนิยมไพรได้ยิน คือ เสียงสั่นอยู่ในท้องช้าง เมื่อจะผสมพันธุ์จะขึ้นทับกัน เช่นเดียวกับสัตว์ป่าอื่น ๆ ช้างจะตั้งท้องนานประมาณ ๑๗ - ๒๔ เดือนจึงคลอดลูก มักมีตัวเดียว น้อยครั้งที่คลอดลูกแฝด
ช้างไม่ควรทำงานกลางแจ้ง เกินกว่า ๓ ชั่วโมง โดยปราศจาก การพักผ่อนควรให้ช้างพักใต้ร่มไม้ หรือที่ร่ม พร้อมน้ำ และอาหารเล็กน้อย นานประมาณ ๓๐นาที
การติดต่อของช้าง ที่อยู่ห่างกัน เกิดจากการทำคลื่นเสียง ที่มีความถี่ต่ำที่เรียกว่า "Infrasound" จากการถู หรือบิงวงของช้าง ซึ่งบางครั้งสามารถติดต่อกันได้ ในระยะทาง ประมาณ ๐.๙๖ -๔.๘ กิโลเมตร
ช้างพลาย และช้างพังที่เจริญเติบโต เต็มที่ และร่างกายสมบูรณ์อายุอยู่ในเกณฑ์ที่จะผสมพันธุ์ได้ จะตกมันทั้งสิ้น เฉลี่ยปีละ ๑ครั้งครั้งหนึ่งนาน ประมาณ ๑ - ๒สัปดาห์ขึ้นอยู่กับ ความสมบูรณ์ และการดูแลระหว่าตกมันช้างที่สมบูรณ์มาก ๆ จะตกมันปีละ ๒-๓ครั้ง ครั้งหนึ่งนาน ๔๕ - ๖๐วัน ช้างที่อ่อนแอเป็นโรค จะไม่ตกมันเลย การตกมันเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล

 

โพสโดย: ผู้ดูแลระบบ
ลิ้งที่เกี่ยวข้อง
วิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์
เลือกภาษาเว็บไซต์
Polls
เว็บไซต์ศูนย์คชศึกษาสามารถเข้าถึงได้สะดวก
ศูนย์คชศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
All right reserve@2010