ศูนย์คชศึกษา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์    ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ศูนย์คชศึกษา
โครงการนำช้างคืนถิ่นเพื่อสุรินทร์ถิ่นบ้านเกิด
กิจกรรมการท่องเที่ยวภายในศูนย์คชศึกษา
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับช้าง
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จศูนย์คชศึกษา
การจับช้างของขาวกวย
การจับช้างในราชสำนัก
บทความทั่วไป
สถิติการเยี่ยมชม
Untitled Document
หน้าหลัก -> การโพนช้าง
 

 
การโพนช้าง
ในอดีตบรรพบุรุษของชาวกวยผู้เลี้ยงช้างในจังหวัดสุรินทร์ นิยมออกไปจับช้างป่าเป็นประจำทุกปี การออกจับช้างป่าในแต่ละครั้งเป็นเสมือนหนึ่งบททดสอบความกล้าหาญและความแข็งแกร่งของชายหนุ่มชาวกวย เพราะชาวกวยนิยมจับช้างป่าด้วยวิธีการโพนช้าง ซึ่งต้องใช้ความกล้าหาญ ความเข็มแข็ง และปฏิญาณไหวพริบเป็นอย่างมาก ทุกขั้นตอนของการโพนช้างจะเต็มไปด้วยภยันตรายที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บริเวณที่ชาวกวยนิยมเดินทางไปโพนช้างเป็นประจำ มี ๓ แห่ง คือ
๑. ป่าดงดิบด้านทิศเหนือของประเทศกัมพูชา ด้านตรงกันข้ามกับจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษและอุบลราชธานี
๒. ป่าดงดิบในอาณาเขตแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
๓. ป่าแถบอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
การโพนช้าง เป็นวิธีการจับช้างป่า ที่หมอช้างขี่ช้างต่อไล่คล้องเอาช้างป่าจากโขลง โดยใช้         หนังปะกำ ซึ่งปลายข้างหนึ่งทำเป็นบ่วงบาศเสียบอยู่กับไม้คันจาม ที่เหลือจะขดเป็นวงวางอยู่บนหลังช้างต่อ ปลายอีกข้างหนึ่งผูกติดกับคอช้าง คล้องที่เท้าหลังของช้างป่า หลังจากคล้องช้างป่าได้แล้ว ช้างต่อก็จะดึงช้างป่าไปมัดไว้กับต้นไม้ใหญ่ แล้วหมอช้างก็ขี่ช้างต่อเข้าเทียบเพื่อเอาทามคล้องใส่คอช้างเชลย โดยให้     คอช้างทั้งสองอยู่ค่อนข้างชิดกัน เสร็จแล้วมะ ( ผู้ช่วยหมอช้าง) ก็จะไปปลดเอาเชือกหนังปะกำออกจากขาช้างเชลยและแก้ปลายอีกด้านหนึ่งที่ผูกติดกับต้นไม้ออก หลังจากนั้นทั้งหมอช้างและมะก็จะนำช้างเชลยเดินทางกลับชมรมที่พัก หมอช้างที่คล้องช้างป่าได้ก็จะทำการเซ่นหนังปะกำของตนเป็นกรณีพิเศษ

 

ขบวนโพนช้าง
ในแต่ละปีหมอช้างจะยกขบวนออกไปคล้องช้างป่ากันหลายคน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนมีนาคม ซึ่งแต่ละครั้งจะใช้เวลานาน ๓ - ๔ เดือน แล้วแต่ว่าจะได้ช้างพอแล้วหรือข้าวสารจะหมดเมื่อใด ก่อนที่คณะหมอช้างจะออกเดินทางไปคล้องช้างป่าก็จะต้องมีการดูฤกษ์ยามว่าจะเดินทางไปใน วันใดถึงจะมีโชคจับช้างป่าได้มาก
เมื่อถึงกำหนดวันเดินทางหมอช้างและมะ ก็จะทำพิธีเซ่นผีปะกำ เพื่อขอพรและทำการเสี่ยงทาย หากผลทำการเสี่ยงทายออกมาไม่ดีหมอช้างและมะ ก็จะไม่เดินทางร่วมกับคณะ แต่ถ้าผลการเสี่ยงทายออกมาดี หมอช้างและมะก็จะขึ้นขี่ช้างต่อมุ่งหน้าสู่ป่าที่เป็นสถานที่นัดหมาย (ปัจจุบันคือบริเวณสถานที่ตั้งของศูนย์ คชศึกษา) เมื่อหมอช้างและมะทั้งหมดมาพร้อมกันแล้ว ครูบาใหญ่ก็จะทำพิธีปะชิหมอ เพื่อแต่งตั้งควาญช้างหรือมะที่ไม่เคยออกไปโพนช้าง หรือเคยแต่อยู่ในตำแหน่งของมะ(ท้ายช้าง) ขึ้นเป็นหมอใหม่ หลังจากทำพิธีปะชิหมอเสร็จแล้ว ครูบาใหญ่ก็จะทำการแบ่งช้างต่อออกเป็นกอง ๆ ละ ๓ เชือก โดยแต่ละกองประกอบด้วย ช้างต่อของหมอสะดำอยู่ทางด้านขวา ช้างต่อของหมอสะเดียงอยู่ทางด้านซ้าย และช้างต่อของหมอจาอยู่   ตรงกลาง    มีเพียงกองแรกเท่านั้นที่ช้างต่อของครูบาใหญ่จะอยู่ในตำแหน่งขวาแทนหมดสะดำ เมื่อจัดรูปขบวนโพนช้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูบาใหญ่ก็จะซักซ้อมกฎกติกา ข้อปฏิบัติ และข้อห้ามต่าง ๆ ตลอดการเดินทางให้ทราบโดยทั่วกัน
ในขบวนโพนช้าง แต่ละคณะจะประกอบด้วยหมอช้างตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้
๑. ครูบาใหญ่ เป็นหมอช้างอันดับสูงสุดโดยในแต่ละพื้นที่จะมีเพียงคนเดียว สามารถประกอบพิธีกรรม
    ทุกอย่างในนามของพระครูได้ และเคยจับช้างป่าได้ ตั้งแต่ ๑๐ - ๑๕ ตัวขึ้นไป
๒. ครูบา คือ หมอสะดำที่ได้รับการแต่งตั้งจากครูบาใหญ่ให้เป็นหัวหน้ากองในขบวนช้างต่อ
๓. หมอสะดำ เป็นหมอช้างเบื้องขวา ที่ได้รับการแต่งตั้ง เคยจับช้างป่าได้ตั้งแต่ ๖ - ๑๐ ตัว 
๔. หมอสะเดือง เป็นหมอช้างเบื้องซ้าย ที่ได้รับการแต่งตั้ง เคยจับช้างป่าได้ตั้งแต่ ๑ - ๕ ตัว 
๕. หมอจา คือ หมอช้างใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ยังจับช้างป่าไม่ได้เลย
๖.  มะ คือ ผู้ช่วยหมอช้างจะนั่งอยู่ท้ายของช้างต่อทุกเชือก
โพสโดย: ผู้ดูแลระบบ
ลิ้งที่เกี่ยวข้อง
วิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์
เลือกภาษาเว็บไซต์
Polls
เว็บไซต์ศูนย์คชศึกษาสามารถเข้าถึงได้สะดวก
ศูนย์คชศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
All right reserve@2010