ศูนย์คชศึกษา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์    ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ศูนย์คชศึกษา
โครงการนำช้างคืนถิ่นเพื่อสุรินทร์ถิ่นบ้านเกิด
กิจกรรมการท่องเที่ยวภายในศูนย์คชศึกษา
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับช้าง
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จศูนย์คชศึกษา
การจับช้างของขาวกวย
การจับช้างในราชสำนัก
บทความทั่วไป
สถิติการเยี่ยมชม
Untitled Document
หน้าหลัก -> พิธีกรรมในการโพนช้าง
 

 
พิธีกรรมในการโพนช้าง
               การโพนช้างนอกจากจะต้องอาศัยความกล้าหาญ ปฏิญาณไหวพริบ และความแข็งแกร่งของหมอช้าง มะ และช้างต่อแล้ว พิธีกรรมต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับตำราคชศาสตร์ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยดลบันดาลให้การโพนช้างประสบความสำเร็จและปลอดภัย ในการโพนช้างแต่ละครั้งครูบาใหญ่ ผู้เป็นหัวหน้าคณะจะประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ดังนี้

 
 

๑. พิธีปะชิหมอ
เนื่องจากการออกไปโพนช้างมีข้อห้ามหลายข้อโดยเฉพาะคนที่จะไปคล้องช้างป่าได้จะต้องเป็นหมอช้างเท่านั้น ดังนั้น ก่อนจะเดินทางใครที่ยังไม่เคยอยากคล้องช้าง คือ ไม่เคยปะชิเป็นหมอช้างมาก่อน ครูบาใหญ่ก็จะทำพิธีปะชิให้ โดยก่อกองไฟขึ้น ๓ กอง และหมอช้างทั้งหมดมาล้อมวงกัน ตรงกลางตั้งเชือกปะกำ จากนั้นผู้ที่จะเป็นหมอใหม่จะต้องนำขันใส่ผ้าขาวพร้อมเงิน ๖ สลึง มาบูชาครู ครูบาใหญ่ก็จะกล่าวคำยกหมอว่าขออัญเชิญพระทั้ง ๑๒ รวมถึงพระครู          ผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มาครอบหมอจนมีความชำนาญในการคล้องช้างป่า ขอให้มีโชคลาภคล้องช้างป่าได้มาก พร้อมกับปฏิญาณตนว่าจะไม่ฆ่าช้าง ไม่ยิงช้าง และจะปฏิบัติตามแบบของพระครูหมอเฒ่าทุกประการ เสร็จแล้วก็จะพรมน้ำมนต์ให้กับหมอใหม่แล้วให้หมอใหม่ดื่มน้ำผสมมูลช้างพ่นใส่เชือกปะกำ แล้วขึ้นขี่ช้างทำท่าคล้องช้างป่า จากนั้นกลับลงมาหุงข้าวที่กองไฟทั้ง ๓ กอง เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะยกขันน้ำ ผ้าขาว และเงิน ๖ สลึงให้กับครูบาใหญ่ไป เป็นอันเสร็จพิธี
๒. พิธีเบิกไพร
เมื่อขบวนโพนช้างเดินทางถึงป่าที่จะคล้องช้าง ครูบาใหญ่จะสั่งให้ยกศาลเพียงตาขึ้น เพื่อเซ่นบวงสรวงเจ้าป่า โดยให้หมอสะดำ ๓ - ๔ คน ไปล่าสัตว์มาเป็นเครื่องเซ่น หลังจากนั้นครูบาใหญ่กับหมอช้างและมะทั้งหมด ต้องจัดหาบุหรี่ ๒ มวน เทียน ๒ เล่ม กรวยใส่หมากพลู ๒ กรวย แล้วนำไม้คันจามและไม้งกของมะผูกเชือกเข้ากับของเซ่นไหว้ทั้งหมดไว้บนศาล หมอช้างและมะทั้งหมดจะยืนอยู่หน้าศาลเพียงตาแล้ว ครูบาใหญ่ก็จะจุดเทียนบูชาและกล่าวคำบูชาเป็นภาษาเขมร เมื่อเสร็จการบวงสรวงแล้ว มะก็จะเอาเชือกผูกไม้งกคาดติดเอวไว้แล้วก็หยิบไม้คันจามไป
๓. พิธีปะสะ
ในระหว่างการออกโพนช้างหากปรากฏว่าใครในคณะเกิดทำผิดข้อห้ามข้อใดข้อหนึ่งหรือคล้องได้ช้างที่มีลักษณะต้องห้าม เช่น คล้องได้ช้างป่าที่ไม่มีขนาย หรือมีขนายข้างเดียว (ขนาย คือ งาช้างที่ไม่สมบูรณ์มีขนาดประมาณ ๑.๕ นิ้ว ยาวประมาณ ๓ นิ้ว) เป็นต้น จะต้องเข้าพิธีปะสะ ซึ่งเป็นพิธีชำระโทษปัดเสนียดจัญไรให้กับผู้คล้อง โดยครูบาใหญ่จะเป็นผู้ประกอบพิธีให้ ซึ่งจะกระทำในบริเวณแหล่งน้ำ โดยยกศาลเพียงตาใกล้กับริมฝั่งน้ำ ผู้ที่จะขอปะสะ ต้องนำข้าวสารและข้าวหัวหม้อใส่ในขัน พร้อมกับหัวปลา หางปลา และกรวยใส่หมากพลู พร้อมแล้ว ผู้ขอปะสะก็จะนั่งยอง ๆ หันหลังให้กับศาลเพียงตาหันหน้าสู่น้ำ ครูบาใหญ่ก็จะประกอบพิธีให้ เสร็จแล้วจึงใช้น้ำในขันประพรมให้ผู้ขอปะสะ ผู้ขอปะสะก็จะกระโดลงน้ำ ทำทีเป็นช้างร้องเล่นน้ำสักครู่ ครูบาใหญ่ก็จะเรียกขึ้นจากน้ำหลังกล่าวว่า “หมดเสนียดจัญไรแล้ว” เป็นอันเสร็จพิธี
๔. พิธีลาปะกำ
เมื่อครูบาใหญ่เห็นว่าขบวนโพนช้างจับช้างป่าได้มากพอสมควรก็จะสั่งให้ยกขบวนกลับหมู่บ้าน เมื่อเดินทางกลับมาถึงบริเวณป่าใกล้หมู่บ้านแล้ว 
ครูบาใหญ่ก็จะสั่งให้ช้างต่อที่นำช้างลูกคอมาด้วยนำช้างลูกคอ 



โพสโดย: ผู้ดูแลระบบ
ลิ้งที่เกี่ยวข้อง
วิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์
เลือกภาษาเว็บไซต์
Polls
เว็บไซต์ศูนย์คชศึกษาสามารถเข้าถึงได้สะดวก
ศูนย์คชศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์
All right reserve@2010